พช. คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2565

วันที่ 12 กันยายน 2565

นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เข้ารับมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2565 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพร้อมมอบนโยบายและทิศทางการพัฒนาระบบราชการ และแสดงความยินดีกับหน่วยงานที่ได้รับรางวัล ในการนี้นางสาวฉัตรประอร นิยม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนนายทินกร บุญเงิน พัฒนาการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ณ ห้องประชุม 3001 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน

สำนักงาน ก.พ.ร. จัดพิธีมอบรางวัลขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลจะเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบงานของหน่วยงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป สำหรับพิธีการมอบรางวัลเลิศรัฐในปีนี้
มีหน่วยงานที่สมัครรับรางวัลทั้งสิ้น 1,631 ผลงาน และผ่านการพิจารณาให้ได้รับรางวัลดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น 240 รางวัล ประกอบด้วย
1. รางวัลเกียรติยศสำหรับหน่วยงานที่ได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards จำนวน 2 รางวัล
2. รางวัลเกียรติยศเลิศรัฐสำหรับหน่วยงานที่มีความโดดเด่น โดยได้รับรางวัลเลิศรัฐอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานมีความเป็นต้นแบบที่สร้างคุณค่าและพัฒนาอย่างยั่งยืน จำนวน 2 รางวัล
3. รางวัลเลิศรัฐยอดเยี่ยม ที่มอบให้กับหน่วยงานที่ได้รับรางวัลระดับดีเด่น ทั้ง 3 ประเภทรางวัลในปีเดียวกัน จำนวน 2 รางวัล
4. รางวัลพิเศษ สานพลังร่วมใจ ต้านภัยโควิด จำนวน 11 รางวัล
5. รางวัลบริการภาครัฐ ระดับดีเด่น จำนวน 15 รางวัล และระดับดี จำนวน 75 รางวัล
6. รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น จำนวน 33 รางวัลและระดับดี จำนวน 50 รางวัล
7. รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ โดยเป็นรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด จำนวน 23 รางวัล และรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 จำนวน 27 รางวัล

กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2565 จำนวน 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance) และรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี ผลงานส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP 100 ร้าน OTOP ไทยยิ้ม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอ่างทอง

หลังจากพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า แม้รางวัลเลิศรัฐจะเป็นเพียงรางวัลเล็ก ๆ แต่ผลงานต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลล้วนผ่านการคัดกรองเป็นอย่างดี รางวัลทรงเกียรตินี้ไม่เพียงแต่มอบเพื่อเป็นเกียรติคุณให้กับหน่วยงานเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการยกย่องเชิดชูทีมงานทุกคนที่ได้ร่วมกันผลักดันผลงานที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ผลงานที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ยังได้รับการยอมรับเป็นที่ประจักษ์จากระดับนานาชาติ ได้แก่ รางวัล United Nations Public Service Awards อีกด้วย
ท่ามกลางกระแสโลกยุคผันผวน ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นที่หน่วยงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันนวัตกรรมภาครัฐ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยต้องปรับวิธีการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนองค์การโดยใช้ข้อมูล (Data Driven Organization) มีการเชื่อมโยงข้อมูลการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน การพัฒนาระบบการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น (Better Service) ออกแบบการให้บริการเฉพาะบุคคล (Personalized Service) การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ในการทำงานและยกระดับการให้บริการ (Public Service Innovation) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค (Knowledge Sharing) การพัฒนาไปสู่ภาครัฐระบบเปิด (Open Government) การพัฒนาไปสู่องค์การดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อนำไปสู่บริการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการ และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
การพัฒนาระบบราชการในระยะต่อไป จึงมุ่งพัฒนาภาครัฐให้เป็นรัฐบาลดิจิทัลที่มีความล้ำหน้าและทันสมัย สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาการทำงานและการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นรัฐบาลเปิดที่เชื่อมต่อการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่น อันนำไปสู่การบรรลุผลลัพธ์ที่ดีต่อประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อถือไว้วางใจของประชาชนต่อภาครัฐต่อไป โดยมีจุดมุ่งเน้นในการดำเนินการประกอบด้วย
1. ยกระดับบริการภาครัฐ ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ตอบโจทย์ มีทางเลือกในการรับบริการที่หลากหลาย ทั่วถึง และครอบคลุมความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม ในขณะที่ภาครัฐสามารถส่งมอบบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเปิดให้ภาคส่วนอื่นร่วมให้บริการหรือให้บริการแทนภาครัฐ
2. ลดบทบาทภาครัฐ เปิดการมีส่วนร่วมของภาคส่วนอื่น เพื่อให้ภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ โดยการลดบทบาทภาครัฐส่วนกลางและกระจายอำนาจการบริหารลงไปในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อให้งานบริการภาครัฐเข้าถึงประชาชนและได้รับประโยชน์
3. เร่งปรับภาครัฐสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อให้ภาครัฐสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาการทำงานและการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ยกระดับระบบบริหารงานที่ยืดหยุ่น คล่องตัว เพื่อให้ภาครัฐสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับระบบงานให้ยืดหยุ่นคล่องตัว ทั้งในด้านโครงสร้าง ระบบงบประมาณการบริหารจัดการบุคลากร และกฎ ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พัฒนากลไกสร้างนวัตกรรมทางการบริหารและระบบนิเวศ (Ecosystem) ในการทำงานที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมในหน่วยงาน พัฒนาทักษะของบุคลากรภาครัฐ

สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด ขอให้ทุกท่าน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาระบบราชการไทยให้เป็นเสาหลักของการพัฒนาประเทศ โดยมีสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาระบบราชการ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น ในการร่วมมือกันพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผลสำเร็จ และเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ความสำเร็จในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นและขยายผลการพัฒนาต่อไป สำหรับส่วนราชการอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ขอให้พัฒนาต่อไป เพราะสิ่งที่ทุกหน่วยกำลังดำเนินการนั้น ได้สร้างประโยชน์มากมายกับประชาชนและประเทศไทย

สำหรับกรมการพัฒนาชุมชน บริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน ลดขั้นตอน มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล เกิดความคุ้มค่า และอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ใน 4 ด้าน ดังนี้

1. Learning & Growth Perspective พัฒนาบุคลากรให้เป็นคนเก่ง คนดี ทันสมัย มีความสุข มุ่งผลสัมฤทธิ์ มีจิตบริการผ่านการเรียนรู้และพัฒนาจากการปฏิบัติงานจริง การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลด้วยระบบ TDGA e-learning และการพัฒนาบุคลากรทุกระดับเพื่อสร้างทักษะ สมรรถนะตามสายงานอย่างต่อเนื่อง

2. Internal Perspective กรมการพัฒนาชุมชนได้ประกาศวาระการพัฒนา “เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด” โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง จึงให้ความสำคัญกับบุคลากรในการปรับตัว ปรับกระบวนความคิด เพื่อมุ่งสู่ระบบราชการ 4.0 และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงานให้มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ภายใต้ประเด็นการพัฒนา สร้างสรรค์ชุมชนพึ่งตนเองได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัว อย่างสมดุล เสริมสร้างทุนชุมชนให้มี ธรรมาภิบาล และเสริมสร้างองค์กรให้มีขีดสมรรถนะสูง

3. Customer Perspective ด้วยการให้บริการ กับ ผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านกระบวนการสร้างคุณค่า ด้วยการเชื่อมโยงงานพัฒนาชุมชน กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เริ่มจาก ระดับบุคคล ครัวเรือน โดยการสร้างสัมมาชีพชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดการพึ่งพา ละความฟุ่มเฟือย เลิกอบายมุข ระดับกลุ่ม รวมกลุ่ม รวมซื้อ รวมขาย โดยการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ระดับเครือข่าย ร่วมมือ ร่วมทุน ร่วมค้า เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ดำเนินการภายใต้การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ และมีการจัดทำบันทึกข้อตกลง MOU 38 ฉบับ กับ 73 หน่วยงาน

4. Financial Perspective “ระเบียบครบ ระบบชัด ซื่อสัตย์ โปร่งใส บริการฉับไว ยึดหลักงบประมาณของประชาชน”

#๙๐พรรษาสมเด็จแม่ของแผ่นดินร่วมสร้างความดีถวาย

#กรมการพัฒนาชุมชน

#๑๓๐ปีกระทรวงมหาดไทย_บำบัดทุกข์บำรุงสุข

#60ปีกรมการพัฒนาชุมชน

#SDGsforAll #ChangeforGood

ข่าว : กพร.กรมการพัฒนาชุมชน

(Visited 1 times, 1 visits today)